ขยับแล้วปิคอัพไฟฟ้าอีซูซุ เปิดแผนธุรกิจ ระยะกลาง เจ้าตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ คาดเห็นตัวจริง ดีแมคซ์ไฟฟ้าปี67

เปิดแผนระยะกลาง ค่ายอีซูซู พุ่งเป้ากระบะไฟฟ้าและกระบะไฮบริดคาดเปิดตลาดปี 2567 (2024)

“อีซูซู” ประเดิมศึกษาปิคอัพ อีวี รถยนต์กระบะไฟฟ้า 100% ตามแผนธุรกิจระยะกลาง(2022-2024)

อีซูซู มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์อีซูซุระบุว่า อีซูซุได้เริ่มโครงการต่างๆ ตามแผนธุรกิจ(BP) ระยะกลาง เป็นการสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตระยะกลาง ถึงระยะยาว ตามสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปมากจากสมมติฐานเบื้องต้นของอีซูซุ ความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง
ดังกล่าว โดยBP ล่าสุดของอีซูซุ มีระยะเวลา ระหว่างปี 2022-2024
ทั้งนี้ในระยะสั้นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เกิดจากปัจจัย 4ประการคือ
1.ปัญหาการขาดแคลนเซมิ-คอนดัคเตอร์ เป็นเวลานาน
2.ปัญญาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง(โลจิสติกส์)พุ่งสูงขึ้น
3.ค่าเงินเยนได้อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว
4.มีความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น
ตามแผนระยะกลางของอีซูซู มอเตอร์ ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายสุทธิไว้ 3ล้านล้านเยน ในปี2026 (มี.ค.2026) โดย
สิ่งที่กำหนดกลยุทธ์คือการ เสริมสร้างความสามารถในการทำกำไร
จากการ เปลี่ยนวัฒนธรรมการจัดการ การทำงานร่วมกันระหว่าง ยูดี ทรัคส์ และ อีซูซุ

  • การขยายธุรกิจปิคอัพ( LCV) และการสร้างนวัตกรรม โดยอีซูซุ ยังคงเน้นการลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องสำหรับอนาคต ใน3ส่วนได้แก่
    การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ,การเชื่อมโยงระบบรถยนต์ไฟฟ้า,และระบบการขับขี่อัตโนมัติ

สำหรับสิ่งที่ท้าท้ายสำคัญในแผนระกลางของอีซูซุ มอเตอร์ คือ แบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังนี้


เปิดแผนกลุ่มรถบรรทุก ขนาดใหญ่และขนาดกลาง


หลังจากที่อีซูซุได้เข้าซื้อกิจการของยูดี ทรัคส์ จากVolvo Group ทำให้ต้องมีการ การทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ยูดี ทรัคส์ และอีซูซุมากขึ้น ซึ่งอีซูซุ มีแผนขยายยอดขายรถบรรทุกขนาดใหญ่(HD) ภายใต้กลยุทธ์มัลติแบรนด์ และแนะนำรถแบรนด์UD รุ่น แนะนำรถแทรกเตอร์ใหม่
นอกจากนี้ อีซูซุและUD มีแผนใช้แพทฟอร์มร่วมกัน สำหรับรถบรรทุกขนาดกลาง มีการส่งโมเดลใหม่ลงตลาด
เต็มรูปแบบในอนาคต โดยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมดเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่นในปีงบประมาณ 2022 (รวมถึง BEV)เพื่อตอบสนองความต้องการของการพัฒนาด้านลอจิสติกส์ด้วย ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
โดยใช้โมดูลใหม่ตามแนวคิดการออก “I-MACS”สำหรับรถบรรทุกขนาดเบาและขนาดกลาง ซึ่งอีซูซุจะ เริ่มการผลิตรถบรรทุกขนาดเบา(LD BEV) หรือรถยนต์บรรทุกไฟฟ้าในปี 2565 และจะเปิดตัวในญี่ปุ่น/สหรัฐอเมริกา/ยุโรป
ส่วนรถบัสรุ่นใหม่ ภายใต้แบรนด์สินค้าอีซูซุ/ฮีโน่ และจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์อีซูซุ/ฮีโน่
เปิดตัวปี 2567 นอกจากนี้ยังเริ่มพัฒนารถบรรทุกเบาและรถบรรทุกขนาดกลาง รถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงสังเคราะห์

เปิดตัวเอลฟ์รถบรรทุกขนาดกลางรุ่นใหม่ในไทย

ปัจจุบันในตลาดไทย อีซูซุเพิ่งเปิดตลาด รถบรรทุกขนาดกลางตระกูลเอลฟ์ (ISUZU ELF) ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ป The Only One ELF  โดยวาง จำหน่ายอย่างเป็นทางการ เมื่อ 15 มิถุนายน 2565ที่ผ่านมา โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ

  • ชุดไฟหน้าและไฟตัดหมอก ISUZU LED TECH พร้อมไฟหรี่รูปตัว L เท่  สะดุดตา พร้อมเพิ่มความสว่างในทุกเส้นทาง (ยกเว้นรุ่น NLR Lite)
  • กระจังหน้าสีเงิน MATTE SILVER เสริมความเท่ เต็มพิกัด
  • ไฟในห้องโดยสารขนาดใหญ่แบบ LED เพิ่มความสว่าง ตอบโจทย์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
  •  USB Charger สะดวกสบายยิ่งกว่า


    โดยมีเครื่องยนต์ ให้เลือก 4 แบบ ได้แก่
  • เครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล 4JH1E3N ขนาด 2,999 cc ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า แรงบิด 230 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-3,200 รอบ/นาที ในรุ่น NLR Lite
  • เครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล 4JJ1E3N ขนาด 2,999 cc ให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที ในรุ่น NLR130, NLR Smoother, NMR130 และ NMR MIXER
  • เครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล 4HK1-TCN ขนาด 5,193 cc ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 404 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-2,600 รอบ/นาที ในรุ่น NPR150 และ NPR Smoother
  • เครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล 4HK1-TCC ขนาด 5,193 cc ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-2,000 รอบ/นาที ในรุ่น NQR175


    ตระกูลเอลฟ์ใช้ระบบเกียร์พิเศษ ออกแบบให้อัตราทดเกียร์เหมาะสมกับงานบรรทุกหนัก แข็งแกร่ง ทนทาน ให้กำลังฉุดลากสูง ส่งถ่ายกำลังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เสื้อเกียร์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ช่วยระบายความร้อนได้ดี (รายละเอียดตามแต่ละรุ่นรถ) เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยเหล็กกันโคลงหน้า (Stabilizer) พร้อมโช้คอัพกันสะบัด ลดการสั่นสะเทือนของพวงมาลัย ช่วยยึดเกาะถนน ในรุ่น NLR130, NLR Smoother และ NMR MIXER พร้อมความสะดวกสบายและความปลอดภัยด้วยกระจกไฟฟ้าและเซ็นทรัลล็อก ล้ออะลูมิเนียมอัลลอย ขนาด 6.00J ขอบ 15  พร้อมยางเรเดียลแบบไม่มียางใน ในรุ่น NLR Lite, NLR130, และ NLR Smoother

พัฒนารถปิคอัพไฟฟ้า


อีซูซุมีเป้าหมายขยายธุรกิจตลาดรถปิคอัพ(LCV) สำหรับรถLCV ของอีซูซุ รู้จักกันในชื่อ อีซูซุดีแมคซ์ ซึ่งเป็นรถที่โดดเด่นมากในประเทศไทย ทั้งนี้ อีซูซุ มีแหล่งผลิตรถLCV อยู่3 แห่งทั่วโลก ซึ่งแต่ละแหล่งผลิตจะมีการจัดสรรค์บทบาทเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการผลิตให้ได้ต้นทุนที่ลดลง ทั้งด้านชิ้นส่วนและโลจิสติกส์
สำหรับภาคการผลิตนั้นอีซูซุ กำหนดให้ประเทศไทยยังคงเป็นโรงงานหลักมีกำลังการผลิต : 340,000 หน่วย/ปี
แหล่งผลิตประเทศอินเดีย: เป็นฐานการผลิตรถ LCV แบบ แฟลทเด็กซ์เพื่อส่งออก /เริ่มส่งออกไปยังตะวันออกกลาง /อียิปต์
แหล่งผลิตที่3ได้แก่ ประเทศแอฟริกาใต้: ครอบคลุมตลาดแอฟริกาทั้งหมด(กำลังการผลิต 23,000 หน่วย/ปี)
หนึ่งในแผนระยะกลางคือ ความก้าวหน้าทางวิศวกรรม ในส่วนของการพัฒนาและทดสอบ ตามแผนกล่าวมีรายละเอียดชี้ให้เห็นว่า อีซูซุได้เริ่มศึกษา ปิคอัพไฟฟ้า(BEV) ซึ่งปิคอัพไฟฟ้าประกอบไปด้วย รุ่นแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV), รุ่นไฟฟ้าไฮบริด (HEV) และอื่นๆ ทั้งนี้คาดว่า จะได้เห็นปิคอัพไฟฟ้าของอีซูซุในราวปี2567

- Advertisement -spot_img

Coming Soon

Recent