เป็นที่ทราบกันดีกว่าก่อนที่พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดรถเมืองไทยจะเติบโตและเปิดกว้างแบบทุกวันนี้”ไทยแลนด์ มาร์เก็ต” คือ พื้นที่”ปราบเซียน”ของนักการตลาดและบรรดาค่ายรถทั่วโลก”แบรนด์ใหม่”หรือมือทำตลาดมือใหม่ไม่มีโอกาสแจ้งเกิด ด้วยรสนิยมแบบไทยๆวัฒนธรรมการบริโภคที่แตกต่างเงื่อนไขการเข้ามาผลิตรถของรัฐบาลกำแพงภาษีมันคือความยากลำบากในอดีต
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนซื้อไทยซึ่งจงรักภักดีต่อแบรนด์ทำให้พวกเขาไม่เปิดใจสำหรับสินค้าหน้าใหม่รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยมีขึ้นสุดและลงสุด ก่อให้เกิดผลกระทบแบบใหญ่หลวงเกิดขึ้นมากมายสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อ”แบรนด์รถ”ดังๆ เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เราบึนทึกเหตุการณ์ความเป็นไปของ แบรนด์รถ34แบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดไทยที่เคยทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์ไว้ให้เล่าขาน

Advertisements
ลำดับแบรนด์รายละเอียดหมายเหตุ
1.Alfa Romeoอัลฟ่าเกิดและตายหลายยุคหลายสมัย แต่หลังปี 2534 คือการทำตลาดของอัลฟ่า ในมือของ ชยพร พรประภา และปรีชา พรประภา ก่อนจะหยุดกิจการไป เพราะภาษีนำเข้าสำเร็จรูปเปลี่ยนแปลงต่อมา ในปี 2542 ไทย เพรสทีจ โอโต เซลส์ไทรในเครือ PNA  ก่อตั้งขึ้นด้วยเงินทุน 60 ล้านบาท ในฐานะตัวแทนจำหน่าย เฟียตและ อัลฟ่าฯ ปี 2546 Alfa 
156 มาประกอบในไทยที่โรงงาน GM ระยอง  สุดท้าย PNA ก็หยุดการจำหน่าย ด้วยภาษีนำเข้ารถเริ่มเปลี่ยน ทำให้เสียเปรียบการแข่งขันทางด้านราคา ในขณะที่ตัวรถมีปัญหาทางเทคนิคมากมายและอะไหล่แพง สุดท้ายอัลฟ่า เหลือแต่ชื่อกับลิขสิทธิ์การจำหน่ายที่ยังคงอยู่กับ พีเอ็นเอ
2.BIZZARRINI ปลาย พ.ย. 2551 มีข่าวว่า “บิตซ์ซาร์รีนี”(BIZZARRINI) ซูเปอร์คาร์สัญชาติอีตาเลียน เปิดตัวรถในงานมหกรรมยานยนต์ โดยนำรถ เวอร์ชัน พี 538 ที่ออกแบบโดยฝีมือคนไทย อภิชาต ภูมิสุข อาจารย์พิเศษ วิชาออกแบบรถยนต์ ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาจากภาควิชาฯ อีก 3 คน กับตัวถังโรดสเตอร์ ขุมพลังเบนซิน วี 8 ซึ่งกำลังแรงม้าและราคายังไม่เปิดเผย รถรุ่นนี้จะผลิตออกมาขายเพียง 100 คัน  การกลับมาทำตลาดอีกครั้งของ ซูเปอคาร์ สัญชาติอีตาเลียน บิตซ์ซาร์รีนี  แต่100 คัน ในวันนั้น ไม่มีแม้แต่รายงานการส่งมอบหลังจากนั้นมีรายงานว่าบริษัทที่จะประกอบในไทย มีปัญหาทางด้านการเงินและล้มเลิกโครงการไป ไม่น่าจะทันได้ผลิตและขายตามที่วางแผน
3.Cheryความพยายามแรกของรถจากจีน ที่จะบุกตลาดครั้งใหญ่ เณอรี่(เขียนตามตัวสะกดอย่างเป็นทางการในขณะนั้น) ดูแลโดย ยนตรกิจ กับCP อุตสาหกรรมรถยนต์จีนในขณะนั้นยังไม่พัฒนาเหมือนรถจีนในปัจจุบัน เณอรี่จึงเป็นรถคุณภาพต่ำ ล้าสมัย คุณภาพผลิตและประกอบไม่ผ่านมาตรฐาน บริษัทแม่ที่จีนเองก็ไม่สนใจทำตลาดต่างประเทศ เพราะช่วงนั้นผลิตขายภายในก็ทำไม่ทันขาย การสนับสนุนตลาดต่างประเทศ จึงไม่มีและเป็นรถCBUเสียภาษีสูง ยนตรกิจอาศัยเครือข่ายและความพยายามมาก แต่สุดท้าย ยนตรกิจต้องบอกลาเณอรี่เพราะทนไม่ไหวกับแนวคิดและคุณภาพแบบจีน ครั้งนั้นก็ถือเป็นการขั้นครูของCP ก่อนเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์เต็มตัวด้วยการ่วมทุนกับ SAIC ในแบรนด์MG ปัจจุบันเณอรี่ ใช้คำเขียนยี่ห้อในภาษาไทยว่า เชอรี่ ตัวแบรนด์หลักโดย CHERY Automobile อยู่ในการเตรียมการจัดจำหน่ายในไทย แต่แบรนด์ลูกที่ส่งเข้ามาทำตลาดแล้ว คือ  OMODA & JAECOO ทั้งนี้หุ้นส่วนสำคัญในการเข้ามาของ เชอรี่ ไม่ใช่ CP หรือยนตรกิจอีกต่อไปแต่กลับเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่ในหนังสือพิมพ์กลุ่มเนชั่นเรียกได้ว่า สร้างความประหลาดใจที่เจ้าสื่ออย่างเนชั่น หันมาทำยานยนต์ และมีแผนที่ฮือฮาจะทำรถยนต์แบรนด์ไทยออกมาด้วย *
4.Chevroletปี 2563 เชฟโรเลต เขย่าวงการรถยนต์ไทยด้วยการประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการหลัง 31 ธันวาคม 2563 นโยบายถอนตัวนี้ ถือการถอยออกจากตลาดรถ พวงมาลัยขวา ที่มีปริมาณน้อย ตลาดเล็ก ประกอบกับ บริษัทแม่มีปัญหาทางการเงิน ต้องเข้าเชฟเตอร์11 เราติดตาม เชฟโรเลตที่ประกอบในไทยคันสุดท้าย (CKD) รถถูกส่งออกไปยังเจ้าของที่ตะวันออกกลาง
5.Chryslerไครสเลอร์ มีเรื่องนราวยิ่งกว่า มหากาพย์ ตั้งแต่มาล็อบบี้ให้รัฐบาลไทย ออกภาษีเพื่อเปิดตลาดรถ จี๊ปแบรนด์นี้มาพร้อมกับจี๊ป และไปด้วยสาเหตอันเดียวกัน

ลำดับแบรนด์รายละเอียดหมายเหตุ
6.Citroenอยู่ในไทยมายาวนานสำนักงานใหญ่ใกล้กับหัวลำโพง แต่หลังจากยนตรกิจแบ่งสมบัติ ก็อยู่ในการดูแลของกลุ่มดีเอดี ยนตรกิจ (DAD Yontrakit) หรือบริษัท ไดเรคชันแนล ออโตโมบิลส์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ภายใจ้การบริหารแบบเดิม ภาวะกดดันแบบเดิมคือบริษัทแม่ที่ฝรั่งเศษ ไม่ให้ความสำคัญตลาดไทย รถต้องนำเข้าแบบCBUเสียภาษีแพง ราคาแข่งขันไม่ได้ จนสุดท้ายยุติการจำหน่ายไปโดยผู้แทนในไทย แต่ตอนหลัง ก็ยังถือลิขสิทธิ์เพราะ อยู่ในเครือเปอโยต์ซึ่งถือลิขสิทธิ์ไว้ในนามโดย
7.Daewooแดวูรถเกาหลีเปิดตัวในปี2537หรือ3ปีหลังรัฐบาลทะลายกำแพงภาษีนำเข้ารถ โดยตั้งบริษัท ไทยแดวูมอเตอร์เซลส์ จำกัด ขึ้นขายรถนั่งขนาดกลางชื่อ รุ่น เอสเปรโร  ต่อมาเปิดรุ่นเน็กซ์เซียและกลายเป็นขวัญใจ”รถราคาถูก” ยุคนั้น บก.ตั๋มแห่งรายการออนเดอะโรด นั่งเป็นผู้จัดการการตลาด และธนิต รัตนถิรวรรณ บก.บห. หนังสือพิมพ์ยวดยานปัจจุบัน เป็นผู้จัดการประชาสัมพันธ์ แต่แดวูเจอพิษต้มยำกุ้ง บริษัทแม่มีปัญหาการเงินจนถูกบังคับควบรวมกิจการกับฮุนได มอเตอร์ต่อมาฮุนไดได้ยกเลิกทำแบรนด์นี้ทั่วโลกแดวูยุติการทำตลาดในไทยปลายปี 2543
8.Daihatsuไดฮัทสุ รถที่คนไทยรู้จักกันดีโดยเฉพาะ ไดฮัทสุรุ่นมิร่า รถยนต์ที่โด่งดังนี้ มีค่ายPNA เป็นผู้ปลุกปั้นช่วงขายดีโดนพิกัดภาษีใหม่ รถมิร่าต้องเสียภาษีแบบรถยนต์เก๋งเพราะไม่เข้าพิกัดกระบะอีกต่อไปทำให้ราคาเปรียบคู่แข่งทันที ประกอบกับบริษัทแม่ไดฮัทสุ มอเตอร์ในเครือ TMC ไม่มีนโยบายทำตลาดต่อในไทยทำให้ไดฮัทสุ ถอนแบรนด์ออกไปจากตลาดไทย
9.DATSANดัทสันโด่งดังในไทย เติบโตมาพร้อมกับครอบครัว สยามกลการ โดยดร.ถาวร พรประภา จนถึงยุคคุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช เป็นช่วง ปี 1984 อยู่ๆ ดัทสัน (ขณะนั้นเริ่มมีชื่อNissanแล้ว)บอกว่า Nissan “ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ Datsun เป็น Nissan ทั้งหมดแม้ว่า ดัทสันจะเป็นแบรนด์ แฟลกซ์ชิปในตลาดสหรัฐฯ โดยเริ่มใช้ชื่อนิสสันและเปลี่ยนทั่วโลก ปี 1986 ดัทสันเมืองไทยก็พลอยต้องเปลี่ยนไปด้วย แล้วดัทสันก็เงียบไปกว่า 30 ปีจนกระทั้่ง Carlos Ghosn ซีอีโอคนดังของ Nissan ลุกมาบอกว่า Datsun กำลังจะกลับมาโดยทำเป็นแบรนด์รถยนต์ราคาประหยัดในตลาดเกิดใหม่และเริ่มเปิดตัวในเดลี ประเทศอินเดียด้วยรุ่นDatsun Go ซึ่งก็ไม่ค่อยสำเร็จอะไรมากนัก สรุปคือ- บริษัทแม่เปลี่ยนเป็นแบรนด์ มันก็เลยหายไป
10.DFSKDFSKในยุคแรก ทำท่าจะดีแต่ต่อมา เกิดปัญหาการบริหารภายในของตัวแทนจำหน่ายในไทย ปัญหาการเงินต่างๆ นาๆ จำต้องละทุกอย่างไป แต่ตอนนี้ มีตัวแทนเข้ามาทำตลาดอีกครั้ง โดยอยู่ในเครืออีวีฮาลิโคนิก และหันไปนำเข้ารถจากแหล่งผลิตที่อินโดนีเซีย*
ลำดับแบรนด์รายละเอียดหมายเหตุ
11.Dongfangตงฟงมีข้อจำกัดในความหลากหลายของสินค้า ปัญหาบริหารภายใน บริษัทที่นำเข้ามาจำหน่ายจบลงด้วยการแยกย้าย เช่นเดียวกับ DFSK  ในปัจจุบันตงฟงกลับมาทำตลาดอีกครั้ง ด้วยการนำเข้าและการจัดการของบริษัทใหม่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ร่วมสมัยมากขึ้น*
12.Fiatเฟียตครั้งสุดท้ายก่อนหายไปจากตลาด ตัวแทนจำหน่ายคือ  PNA ปัญหาคุณภาพรถ กับนำเข้าต้องเสียภาษีสูง นโยบายบริษัทแม่ไม่สนับสนุน จบไปแบบเดียวกับ อัลฟ่าฯ รถดังที่ขายก่อนเลิกคือ ซิตี้คาร์ปุนโต
13.Fotonโฟรตอน กระบะแบรนด์จีนรายแรกทำท่าจะดีเปิดตัวบุกตลาดไทยแต่ทว่าเขามาเร็วเกินไปช่วง เป็นช่วงที่คนไทยไม่ประทับใจรถแบรนด์จีน เพราะภาพลักษ์สินค้าอื่นๆ นอกจากนี้ตัวแบรนด์FOTON ก็ยังไม่มีใครรู้จักแบรนด์ รถที่ทำออกมาเสนอในตลาดยังcopy toyota รุ่นแรกคือ มีเฉพาะเกียร์ธรรมดา แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ยังไม่สุด อนาคตเลยไม่มั่นใจ FOTONมาทีใหม่ ไม่สามารถสร้าง เครือข่ายการจำหน่ายที่ดีได้ ต้องแบกทุนเยอะ ตอนหลังเลยมีปัญหาการจัดการTUNLAND DC *
14.Holdenค่ายโฮลเด้นอยู่ในมือของ PNA เช่นกัน ตลอดเวลาที่โฮลเด้นอยู่ในไทย ทำตลาดรถอยู่ 2 รุ่น คือ คาเดทกับคอมโมดอ ขายแข่งกับBMW มายาวนาน อยู่แบบไม่เคยโตแต่ก็ไม่ตาย ต่อมาโฮลเด้นถูกสั่งให้ยกเลิกทำแบรนด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือโดนยกเลิกทั้งโฮลเด้นและโอเปิลตามนโยบายของGM ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของโฮลเด้น และGMหันมาใช้แบรนด์เชฟโรเลตทำตลาดแทนในภูมิภาคนี้แทน  โอลเด้นยกเลิกฐานการผลิตที่ออสเตรเลียพร้อมกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมยานยนต์ออสเตรเลีย
15.HUMMERฮัมเมอร์เป็นรถในเครือGM ถือสิขสิทธิ์การจำหน่ายพวงมาลัยขวาโดยเบนซ์ศรีนครินทร์ ปัญหาเรื่อง การผลิตจากโรงงานพวงมาลัยขวา ซัพพลายรถไม่ต่อเนื่องผู้แทนเลยหันไปนำเข้ารถเกรย์มาร์เก็ต จากอังกฤษ ต่อมา ภาษีนำเข้าเปลี่ยน ทำให้รถมีราคาสูง ประกอบกับบริษัทแม่ในขณะนั้นมีปัญหาการเงิน ฮัมเมอร์เลยค่อยๆ หายไปจากตลาด อย่างน่าเสียดาย
16.Jeepหลังจากพิษต้มยำกุ้ง รถไครสเลอร์ ถูกเปลี่ยนมือจาก สวีเดนมอเตอร์ ในฐานะตัวแทนจำหน่าย มาเป็นไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยบริษัทแม่ดำเนินงานเองและเปิดขายขายรอดมาได้ถึงปีที่ 8 มีการเปลี่ยนเงื่อนไขกำไร เดิมดีลเลอร์ กทม.ได้กำไร 7% ตจว.ได้กำไร 10 % แต่นโยบายใหม่ให้กำไรเท่ากับ 7% ทั้งประเทศ บรรดาดีลเลอร์ไครสเลอร์ ตจว.จับมือกันถอนตัว ยอดขายในไทยตกฮวบทันทีเหลือไม่ถึงปีล่ะ 1,000 คันจากที่เคยทำอยู่สูงสุด 4500 คัน ในที่สุด ไครสเลอร์ อเมริกาสั่งให้ไครสเลอร์ประเทศไทย หยุดทำตลาดเพราะยอดน้อยเกินไป ถือเป็นการจบแบรนด์ จี๊ปในประเทศไทย ส่วนบริษัทแม่ต่อมาก็ล้มละลาย ปี2567 จี๊ป กลับมาทำตลาดไทยอีกรอบโดยเสี่ยจุ๋ยแห่ง เอ็มจีซี-เอเซีย*
ลำดับแบรนด์รายละเอียดหมายเหตุ
17.Lanciaแลนเซียเป็นรถในเครือ”เฟียตกรุ๊ป”เช่นเดียวกับอัลฟ่าฯ แลนเซียนั้นชัดเจนในการหยุดทำตลาดรถพวงมาลัยขวาทั้งหมดเพราะนโยบายบริษัทแม่ หยุดพัฒนารถสำหรับตลาดพวงมาลัยขวา ในชื่อแลนเซียทั่วโลก
18.Lotusโลตัส ซูเปอร์คาร์จากเกาะอังกฤษแต่มี บริษัทแม่เป็น โฟตอนมาเลเซียซึ่งอยู่ในช่วงอ่อนแอสุดๆ  รถเก่าไม่มีการพัฒนาแข่งขันไม่ได้ และการต้องนำเข้าแบบCBU ทำให้ภาษีสูง ในมาเลเซียแบรนด์นี้ถูกซื้อไปโดย ทุนจีน ปัจจุบันโลตัส มีการทำตลาดในไทยด้วยตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ *
19.Mitsuokaมัสซูโอกะ โดยยนตรกิจ กรุ๊ป รถนำเข้าจากญี่ปุ่น รูปแบบรถแปลกๆ เพราะดัดแปลงจากรถอื่นๆ เลยไม่เป็นที่นิยมแถมราคาสูงแพงระยับ
20.NAZANAZA รถมาเลเซีย จำหน่ายโดยเครือยนตรกิจ นาซ่าเป็นรถ ในเครือโปรตอนขนาดโปรตอนแบรนด์แม่ยังไม่รอด NAZA ก็ไปในปัจจัยเดียวกัน คือ รูปแบบรถล้าสมัย เทคโนโลยีเก่า ไม่มีศูนย์บริการ ไม่มีอะไหล่สนับสนุน
21.Opelจีเอ็มบริษัทแม่เปลี่ยนนโยบาย เข้ามาทำตลาดเอง พร้อมประกาศ เลิกทำแบรนด์OPEL ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ตัวสินค้าไม่ไ้ด้รับการพัฒนา แถมรถมีปัญหาทางด้านเทคนิคการใช้งาน อะไหล่แพง สุดท้ายพีเอ็นเอ ก็หย่ากับโอเปิล ซึ่งเที่ยวนั้นดูเหมือนพีเอ็นเอจะได้ ค่าชดเชยในฐานะถูกบอกเลิกสัญญาไปหลายบาทอยู่
22.Peugeotหลังยนตรกิจแบ่งสมบัติ ค่ายบริษัท ยูโรเปียน มอเตอร์ คาร์ส จำกัด โดยพลกฤษณ์ ลีนุตพงษ์”  กลายเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เปอโยต์ อย่างเป็นทางการแทนเสี่ยวิโรจน์แต่เปอโยต์ยิ่งทำยิ่งตกต่ำ เพราะเจ้าของใจดีแต่ไม่การทำตลาดตรงไปตรงมาเกินไปลงทุนใช้งบขึ้นป้ายบิลบอร์ด1 ป้าย ฝ่ายการตลาดต้องตอบโจทย์ของเสี่ยว่าจะได้ยอดขายกลับมากี่คัน สุดท้ายไปไม่รอด *
23.POLARSUNในเครือยนตรกิจ เป็นรถตู้นำเข้าจากจีน คุณภาพสินค้ายังไม่สามารถแข่งกับรถตู้ญี่ปุ่นได้ เพราะรูปแบบและเทคโนโลยีล้าสมัย
24.Protonโปรตอนมาเลเซีย ทำตลาดโดยPNA บริษัทแม่อ่อนแอ –ฐานการเงินแข่งขันไม่ได้รถราคาแพง ปัญหา อะไหล่ บริการ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ
25.Renaultเรโนลต์ (ประเทศไทย) โดยตระกูลบุญวิสุทธิ์ เจอมรสุมหลายด้านทั้งนโยบายภาษีรัฐบาลเปลี่ยน บริษัทแม่เล่นตัว เศรษฐกิจล่มสลายสุดท้ายไปไม่ได้ ปัจจัยการล่มของเรโนลต์ในไทยปัญหาหลักมาจากต่างประเทศมากกว่าตลาดภายใน
26. ROVERเปิดตัวครั้งแรก ก.พ.2538 จำหน่ายโดยไทยอัลติเมทคาร์(ในเครือไทยรุ่ง) สำนักงานใหญ่อยู่ถนนวิภาวดี มีจำหน่าย 2 รุ่นคือ ROVER 623GSi และ Rover 800 โรเวอร์ยุคนั้น ใช้แพทฟอร์มร่วมกับ เก๋ง Honda ในรุ่นแอคคอร์ด ในไทยขายได้แต่ไม่โดดเด่นมากนัก และจบลงด้วยการที่บริษัทแม่ ในอังกฤษมีปัญหาทางการเงิน (ตอนหลังฟอร์ด มอเตอร์เข้าซื้อกิจการ และนำไปขายต่ออีกหลายราย สุดท้ายไปตกในมือจีน)ส่วนในไทย ไทยรุ่งฯ ก็เจอภาษีนำเข้า สูง นโยบายภาษีของรัฐบาลขณะนั้น เปลี่ยนแปลงทำให้รถนำเข้าสำเร็จรูปมีราคาสูง ขายต่อไม่ได้ก็เลิกในที่สุด
27RUFคนส่วนใหญ่จดจำไม่ได้ว่ามันคือรถอะไร รูฟ(RUF)คือแบรนด์รถสปอร์ตจากเยอรมัน โดยนำเอาฟอร์แพลนของ ปอร์เช่ คาเรร่า 911 มาปรับปรุงและออกจำหน่ายในไทย ขายโดย รอยัล มอเตอร์ (ประเทศไทย) แต่ด้วยปัจจัยทางด้านราคาต้นทุนค่อนข้างสูงและภาษีนำเข้าก็แพง ทำให้ RUF ไปขี่น้องๆ โลตัส เฟอรารี่ในบ้านเราจึงทำตลาดค่อนข้างยาก สุดท้ายก็ต้องถอนแบรนด์ไป
28.SAABซาบรถจากสวีเดน หนึ่งในตำนานรถที่ดีที่สุดในด้านวิศวกรรม ซาบนำเข้ารถแบบรถCBU ช่วงแรกไปได้ดี ด้วยในไทยได้พาร์ทเนอร์เงินหนาอย่าง ออโต้เทคนิค ในเครือตรีเพชรอีซูซูฯ ปัญหาของซาบ ไม่ใช่ขายไม่ได้แต่บริษัทแม่กำลังล้มละลาย กระทบต่อแผนออกรถรุ่นใหม่ ช้ากว่าคู่แข่งประกอบกับ ภาษีนำเข้าของไทยก็ปรับเปลี่ยน ทำให้ราคาซาบเริ่มแพง แข่งขันไม่ได้ ต่อมาสวีเดนตัดขายซาบให้ทุนจีนไปทำและทำจนเสียของไปในที่สุด
29.SeatรถCBU จากสเปน ในเครือVWจัดจำหน่ายโดยยนตรกิจ ตอนนั้นวางไว้เป็นแบรนด์แมส และอยู่ในโชว์รูมคู่กับออดี้ เซียตรถสเปน ขายได้ล็อคแรกๆ มีรุ่นคอโดบาร์ 1.8ลิตรราคา 6900,000 บาทต่อมาราคาเริ่มแพงขึ้นเพราะ ปัจจัยเกี่ยวกับภาษีนำเข้าของไทยที่ปรับสูงขึ้นจากนโยบายใหม่ของรัฐบาล เซียตต้องหยุดทำตลาดไปในที่สุด
30.Skodaสโกด้ารถในเครือVW รถต้องนำเข้า CBU จากสาธารณะรัฐเช็ค สโกด้า อยู่ในการดูแลของเสี่ยเชียร แห่งยนตรกิจ เปิดขายมาหลายรุ่นแต่พอ รัฐปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้ารถCBU รอบใหม่ สโกด้าก็ทำราคาไม่ได้ ไม่มีรถขายยนตรกิจ สายเสี่ยเชียร..ก็บอกหยุดดีกว่า
31.Spykerซูเปอร์คาร์เจ้าสำอางแต่แพงระยับ ไปไม่รอดเช่นกันเพราะการพัฒนารถช้ากว่าคู่แข่ง แถมการตลาดในไทยไม่เก่ง รูปแบบรถโบราณ มีโชว์รูม2แห่งที่สุขุมวิทกับบางนาต่อมาเลิกขายไปแบบเงียบๆ
32.TESLAค่ายนี้ไม่ทันขายก็ล่มแล้ว -9 พ.ย.58 บริษัท เทสลา ออโตโมทีฟ จำกัด อ้างว่าได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาในเมืองไทยและ จัดแถลงข่าวแนะนำ พันธมิตรและเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการที่โรงแรมเอ็มโพเรียม สวีท บาย ชาเทรียม มีแผนโชว์รถครั้งแรก ในมหกรรมยานยนต์ 2015 ที่เมืองทองธานี แต่สุดท้ายจบลงด้วยการโพสต์ผ่านFB ของผู้บริหารว่า บริษัทติดปัญหาลิขสิทธิ์ บางประการ ขอเลื่อนการเข้างาน ข้อเท็จจริง คือว่า หากคุณเข้างาน โชว์ ในฐานะ”แบรนด์” ต้องโชว์เอกสารการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการซึ่ง เทสลา ออโตโมทีฟ ไม่สามารถหามาได้ ทุกอย่างก็เอวัง (ปัจจุบันรถTESLA ที่จำหน่ายในตลาดล้วนเป็นรถเกรย์มาร์เก็ต ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และหากพูดถึง คนแรกที่นำเข้าTESLA มาขาย ต้องบันทึกไว้ว่าอิตัล อิมพอร์ต นำเข้าเป็นเจ้าแรก) ปัจจุบัน 2566 เทสล่า กลับมาไทยอีกครั้งด้วยการทำการตลาดตรงจาก บริษัทแม่*
33.VWรถเก๋งPassenger car ของ VW เคยโลดแล่นในไทย ในนามเยอรมันออโต้เวิร์ค (ยนตรกิจ) สาเหตุการถอนตัวของVWเกิดจากโครงสร้างภาษีเปลี่ยน แม้ยนตรกิจจะทำการประกอบCKDในไทยในช่วงแรกพร้อมเจรจาหาทางร่วมมือ กับVW AG แต่ไม่สำเร็จ ยนตรกิจ จึงแยกทางทางกัน VWพุ่งเป้าไปจีนและหยุดตลาดไทย สำหรับรถVWที่จำหน่ายในไทยในเวลานี้ ผู้จำหน่ายมีลิขสิทธิ์เฉพาะรถcommercial carเท่านั้น หมายเหตุ: เคยมีรายงานว่าค่าย AAS ทำการเจรจา เพื่อขอเปิดตลาด เก๋งของVW แต่ จนขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป

*กลับมาทำตลาดอีกครั้ง โดยตัวแทนจำหน่ายรายใหม่

สรุป เหตุและผลสำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปต่อ


1.นโยบายภาษีเปลี่ยน :ช่วงปี 2534 เมื่อรัฐบาลคุณอานันท์ ปันยารชุนประกาศลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป(CBU) ทำให้รถที่ไม่เคยมีโอกาสขายในไทยต่างพาเลช การเข้ามาในตลาด แต่หลังจากนั้นมีการปรับภาษีนำเข้าสูงขึ้น ทำให้รถที่ประกอบในประเทศได้เปรียบทางด้านภาษีและรถที่นำเข้า ต้องถอนตัวไป
2.การเปลี่ยนนโยบายของแบรนด์ ต่างประเทศ :เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รถบางยี่ห้อต้องถอนออกไปจากตลาดไทย

4.ภาวะเศรษฐกิจ:วิกฤตเศรษฐกิจโดยเฉพาะเหตุการต้มยำกุ้งในอดีต ที่กระทบไปทั่วโลกทำให้บริษัทต่างๆ ต้องปรับโครงสร้างและมีผลต่อแบรนด์ในหลายๆ ตลาด
5.ขนาดตลาดไทยเล็กบริษัทแม่ไม่ซัพพอร์ต : การได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่อย่างจริงจังเช่น ซัพพลายรถรุ่นใหม่ การกำหนดเงื่อนไขราคา เงื่อนไขการซื้อ อะไหล่ ชิ้นส่วนหรือแม้แต่รุ่นที่เป็นที่นิยมในไทย แต่หากเมืองนอกไม่ให้ความสำคัญ ส่งรถไม่ตรงรุ่นบ้าง ไม่ลดราคาอะไหล่บ้างล้วนเป็นสาเหตุทำให้แบรนด์เหล่านั้นแข่งขันไม่ได้ในตลาดไทย
6.คุณภาพสินค้า :บางแบรนด์ยังมีคุณภาพไม่ดี เทียบกับรถคู่แข่งที่อยู่ในตลาดทำให้ตลาดไม่นิยม
7.การรับรู้แบรนด์:ความอ่อนแอของรถหน้าใหม่คือปัญหาเพราะตลาดไม่รู้จัก ไม่เคยใช้ไม่มีราคาขายต่อ ทำให้ไม่เป็นที่ยอมรับ
8.การบริหารภายใน:หลายแบรนด์ที่ต้องล่มไปเพราะปัญหาการบริหารจัดการภายใน เรื่องหุ้นส่วน การเงิน และเงินทุนทำให้ไม่สามารถแจ้งเกิดได้

Advertisements
REVIEW OVERVIEW
SOURCEauto.co.th
Previous articleซูซูกิ ประกาศปรับราคารถเริ่ม1พ.ค.65
Next articleนิสสัน เผยโฉมรง.ต้นแบบแบตเตอรี่แบบ โซลิด สเตทพร้อมเร่งเดินหน้านำงานวิจัยไปใช้งานจริง
33%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2 เป็นที่ทราบกันดีกว่าก่อนที่พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดรถเมืองไทยจะเติบโตและเปิดกว้างแบบทุกวันนี้"ไทยแลนด์ มาร์เก็ต" คือ พื้นที่"ปราบเซียน"ของนักการตลาดและบรรดาค่ายรถทั่วโลก"แบรนด์ใหม่"หรือมือทำตลาดมือใหม่ไม่มีโอกาสแจ้งเกิด ด้วยรสนิยมแบบไทยๆวัฒนธรรมการบริโภคที่แตกต่างเงื่อนไขการเข้ามาผลิตรถของรัฐบาลกำแพงภาษีมันคือความยากลำบากในอดีต เอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนซื้อไทยซึ่งจงรักภักดีต่อแบรนด์ทำให้พวกเขาไม่เปิดใจสำหรับสินค้าหน้าใหม่รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยมีขึ้นสุดและลงสุด ก่อให้เกิดผลกระทบแบบใหญ่หลวงเกิดขึ้นมากมายสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อ"แบรนด์รถ"ดังๆ เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เราบึนทึกเหตุการณ์ความเป็นไปของ แบรนด์รถ34แบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดไทยที่เคยทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์ไว้ให้เล่าขาน ลำดับแบรนด์รายละเอียดหมายเหตุ1.Alfa Romeoอัลฟ่าเกิดและตายหลายยุคหลายสมัย แต่หลังปี 2534 คือการทำตลาดของอัลฟ่า ในมือของ ชยพร พรประภา และปรีชา พรประภา ก่อนจะหยุดกิจการไป เพราะภาษีนำเข้าสำเร็จรูปเปลี่ยนแปลงต่อมา ในปี 2542 ไทย เพรสทีจ โอโต เซลส์ไทรในเครือ PNA  ก่อตั้งขึ้นด้วยเงินทุน 60 ล้านบาท ในฐานะตัวแทนจำหน่าย เฟียตและ อัลฟ่าฯ ปี 2546 Alfa 156 มาประกอบในไทยที่โรงงาน GM ระยอง  สุดท้าย PNA ก็หยุดการจำหน่าย ด้วยภาษีนำเข้ารถเริ่มเปลี่ยน...